การทำงานใน Excel มักต้องการ สูตร Excel นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อความ เช่น ตรวจสอบว่ามีกี่รายชื่อที่ถูกกรอกแล้ว, กี่รายการที่มีสถานะเป็นคำพูด ไม่ใช่ตัวเลข บทความนี้รวมสูตรที่ใช้ได้จริง เช่น COUNTIF, COUNTIFS, SUMPRODUCT+ISTEXT, FILTER+ROWS พร้อมไฟล์ตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี
ทำไมต้องใช้สูตรนับจำนวนเซลล์ที่มีข้อความ?
ในงานจริง เราอาจต้องการแยกแยะข้อมูลว่า “มีกี่ช่องที่เป็นข้อความ” เช่น นับจำนวนพนักงานที่มีชื่อ, นับสถานะที่เป็น Active/Inactive, หรือตรวจสอบความสมบูรณ์ของการกรอกข้อมูล สูตร Excel นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อความ ช่วยให้เราวิเคราะห์ได้ง่ายและลดการตรวจสอบแบบ manual
👉 ตัวอย่างงานที่ใช้บ่อย เช่น – ตรวจสอบว่ามีรายชื่อลูกค้ากรอกแล้วกี่คน – นับจำนวนคำอธิบายในฟอร์ม – ตรวจสอบความครบถ้วนของคอลัมน์ข้อความ
วิธีทำ + ตัวอย่างสูตร
1) COUNTIF — สูตรง่ายที่สุด
=COUNTIF(B2:B100,"*") → นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อความ (ไม่นับว่าง)
2) COUNTIFS — เงื่อนไขหลายอย่าง
=COUNTIFS(C2:C100,"Active",B2:B100,"*") → นับชื่อที่มีข้อความ และสถานะ = Active
3) SUMPRODUCT + ISTEXT — ละเอียดกว่า
=SUMPRODUCT(--ISTEXT(B2:B100)) → ตรวจทุกเซลล์ว่าเป็นข้อความจริงหรือไม่
4) FILTER + ROWS (Dynamic Array)
=ROWS(FILTER(B2:B100,ISTEXT(B2:B100))) → ใช้กับ Excel รุ่นใหม่ (Office 365, Excel 2021)
💡 Tip: สูตรเหล่านี้นับเฉพาะ “ข้อความ” ถ้าเซลล์มีตัวเลข, ค่าว่าง, Error จะไม่ถูกนับ
ปัญหาที่พบบ่อย & วิธีแก้
- COUNTIF นับเกิน — บางทีช่องว่างที่มี space ถูกนับ → ใช้
TRIMทำความสะอาดข้อมูลก่อน - ข้อความ + ตัวเลขปนกัน → ใช้
ISTEXTเพื่อตรวจว่าเป็นข้อความจริง - สูตร Dynamic Array ใช้ไม่ได้ → อัปเกรด Excel หรือใช้สูตร SUMPRODUCT แทน
- COUNTIFS ผิดพลาด — ลืมใส่ “*” ในเงื่อนไขข้อความ → ต้องใส่ wildcard เสมอ
ประโยชน์
- ตรวจสอบการกรอกข้อมูลได้ง่าย
- ช่วยงาน Data Cleaning
- สร้าง Report ที่แม่นยำมากขึ้น
- ใช้ร่วมกับสูตรเงื่อนไขอื่นได้ เช่น COUNTIFS, FILTER
บทความที่เกี่ยวข้อง
- สูตร COUNTIF นับจำนวนตามเงื่อนไข
- สูตร SEQUENCE รันลำดับอัตโนมัติ
- 10 สูตร Excel ที่ใช้บ่อยในงานออฟฟิศ
- สูตร Excel หาค่าที่ขึ้นต้นด้วย…
บทส่งท้าย
สูตร Excel สำหรับการ นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อความ เป็นพื้นฐานที่หลายงานต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็น COUNTIF, COUNTIFS, SUMPRODUCT+ISTEXT หรือ FILTER+ROWS แต่ละสูตรก็มีจุดเด่นต่างกัน เลือกใช้ให้เหมาะกับงาน → ช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และทำให้รายงานดูเป็นมืออาชีพ อย่าลืมต่อยอดไปใช้กับสูตรอื่น ๆ เช่น COUNTIF หรือ สูตร Excel หาค่าที่ขึ้นต้นด้วย





